ไตวายเรื้อรังระยะสุดท้าย

     คือกลุ่มอาการทางคลินิกที่เกิดจากไตไม่ทำงาน  และไม่สามารถแก้ไขให้กลับคืนสู่สภาพเดิมได้  ก่อให้เกิดอาการของการคั่งของของเสีย  และน้ำส่วนเกินในร่างกาย  ผู้ป่วยจะมีอาการซีด  เหนื่อยง่าย  ผิวหนังแห้ง  เบื่ออาหาร  คลื่นใส้อาเจียน  ความดันโลหิตสูง  บวม  และเหนื่อยหอบ  ถ้าเป็นมากและไม่ได้รับการรักษาก็จะซึมลง  ชัก  หมดสติ  และเสียชีวิตในที่สุด  การรักษาคือ  การฟอกเอาของเสียออกจากเลือด  เพื่อบรรเทาอาการและต่ออายุผู้ป่วยให้ยืนยาวขึ้น


การรักษาที่นำมาใช้ในโรคไตวายระยะสุดท้าย  เพื่อแก้ไขและบำบัดอาการของโรค  ทำให้ผู้ป่วยมีอายุยืนยาวได้  เรียกว่า  "การบำบัดทดแทนไต"  ซึ่งมี  3  วิธี  คือ

1.  การปลูกถ่ายไต  เป็นการผ่าตัดนำไตจากผู้บริจาคใส่เข้าไปในช่องเชิงกรานของผู้รับ  แล้วต่อเชื่อมเข้ากับต่อไตเก่าโดยไม่ได้นำไตเก่าออก  เป็นการบำบัดทดแทนไตที่มีประสิทธิภาพสูงที่สุดในปัจจุบัน

2.  การฟอกเลือดด้วยเครื่องไตเทียม  เป็นการนำเลือดออกจากร่างกายมาฟอกด้วยเครื่องไตเทียม  ที่มีตัวกรองเป็นตัวกลางในการกำจัดของเสียและน้ำส่วนเกินออก  เลือดสะอาดที่ผ่านการฟอกแล้วจะถูกส่งคืนสู่ผู้ป่วย  ส่วนใหญ่ใช้เวลาฟอกวันละ  4 - 5 ชั่วโมง  สัปดาห์ละ  2 - 3  ครั้ง

3.  การล้างไตทางช่องท้อง  เป็การใส่น้ำยาล้างไตเข้าไปทิ้งค้างในช่องท้อง  4 - 6  ชั่วโมง  เพื่อฟอกเอาของเสียและน้ำส่วนเกินในร่างกายออก  เมื่อครบเวลาก็จะทำการปล่อยน้ำยาล้างไตที่เต็มไปด้วยของเสียและน้ำส่วนเกินทิ้ง  พร้อมทำการเปลี่ยนใส่ถุงน้ำยาล้างไตใหม่เข้าไป  ทำเช่นนี้วันละ  4  รอบ  ต่อเนื่องทุกวัน  ผู้ป่วยสามารถทำการเปลี่ยนถ่ายได้เองที่บ้าน  ไม่ต้องพึ่งเครื่องไตเทียม  ก่อให้เกิดความผาสุกในชีวิต  ไม่ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงวิธีการดำเนินชีวิตของผู้ป่วยมากนัก  เหมาะสำหรับผู้ป่วยทุกเพศ  ทุกวัย  รวมทั้งเด็กที่มีน้ำหนักตัวน้อยกว่า  20  กิโลกรัม

อ้างอิงข้อมูลจาก  ศูนย์วิจัยโรคไตและความรับผิดปกติทางเมแทบอลิซึม